รับมือกับ “ไฟไหม้รถยนต์” อันตรายใกล้ตัวที่ไม่คาดคิด เอาตัวรอดก่อนเกิดเหตุจริง

อื่นๆ

เป็นข่าวที่ช่วงนี้ได้เห็นกันบ่อยครั้ง กับอุบัติเหตุ “ไฟไหม้รถยนต์” วันนี้ “ช่างเอก” จึงขอพามาทำความรู้จักกับสาเหตุและวิธีรับมือที่คนใช้รถควรรู้ ก่อนที่จะเกิดเหตุจนสายเกินแก้

สาเหตุไฟไหม้รถยนต์
-ระบบเชื้อเพลิงรั่ว สาเหตุอันดับต้นๆ มาจากน้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงมีจุดเผาไหม้ต่ำเพียงแค่อุณหภูมิสูงเกิน 72 องศาก็มีโอกาสติดไฟได้
-ระบบไฟฟ้าบกพร่อง สาเหตุอันดับสองคือระบบไฟฟ้าในรถอันมีต้นเหตุจากแบตเตอรี่ที่ก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้ หากสายไฟในห้องเครื่องชำรุด หลุดหลวมนับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

-เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีต เกิดจากหลายสาเหตุทั้งน้ำมันเครื่องรั่วซึม พัดลมห้องเครื่องไม่ทำงาน ไปจนถึงการดัดแปลงเครื่องยนต์ให้ผิดไปจากมาตรฐาน
-ของเหลวรั่วซึม ทั้งน้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง  น้ำยาหล่อเย็น หากมีการรั่วซึม อาจเป็นสาเหตุให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ได้
-แคทฯตันจนเกิดความร้อนสูง คืออุปกรณ์กรองก๊าซพิษไอเสีย (Catalytic Converters) เมื่อใช้ไปนานๆ อาจอุดตันและทำให้ระดับอุณหภูมิสูงขึ้นถึงพันองศาจนแผ่นพรมใต้พื้นเกิดการลุกไหม้ได้
-แบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้จากปัญหาของตัวแบตเตอรี่
-ขวดน้ำ หรือขวดน้ำหอมติดรถที่เป็นขวดแก้วอาจกลายเป็นปริซึมรวมแสงโดยบังเอิญ จนเป็นจุดเริ่มต้นของการไฟไหม้ได้
-การผลิตและออกแบบที่ผิดพลาด ชิ้นส่วนที่ออกแบบไม่ดีหรือมีจุดอ่อนของผู้ผลิตรถยนต์
-ขาดการดูแลรักษา ไม่หมั่นตรวจเช็กความสมบูรณ์ของเครื่องยนต์ ระบบของเหลวหรือสายไฟต่างๆ

-รถชน หากเกิดรถชนรุนแรงหนักหน่วง ก็อาจส่งผลให้ถังน้ำมันแตกร้าวและเกิดประกายไฟได้

วิธีป้องกันไฟไหม้รถยนต์
-ควรตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เติมน้ำหม้อน้ำในระดับที่กำหนด
-เช็กสายไฟ ต้องไม่มีรอยขาด ไม่มีรอยน้ำมันรั่วซึม
-เช็กท่อน้ำมันเชื้อเพลิงต้องไม่มีรอยรั่ว ไม่มีเศษวัสดุติดในหม้อน้ำและท่อยาง
-ปรับตั้งสายพานมีความตึงในค่าที่กำหนด
-สังเกตกระโปรงหน้ารถ หากมีเขม่าดำเกาะ  แสดงว่า  เครื่องยนต์ทำงานไม่สมบูรณ์
-ตรวจสอบใต้ท้องรถ หากมีรอยน้ำมันหยดควรรีบแก้ไขโดยด่วน
-สังเกตน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซหากลดลงอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ร้อนจัด ได้กลิ่นเหม็นไหม้ของยางหรือพลาสติก กลิ่นก๊าซรั่ว เครื่องยนต์มีเสียงดังผิดปกติให้รีบนำรถไปตรวจสอบและซ่อมแซมทันที

ทางรอดหากเกิดไฟไหม้รถ
-รีบนำรถจอดริมข้างทางในทันที
-รถติดตั้งระบบก๊าซ ให้ปิดสวิตช์ เพื่อตัดการทำงานของระบบก๊าซ แล้วดับเครื่องยนต์
-หากไฟไหม้รถเพียงเล็กน้อย ให้ควบคุมเพลิงด้วยตนเองในเบื้องต้น โดยใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดพ่นบริเวณต้นเพลิงให้ดับสนิท
-หากมีเปลวไฟออกมาจากฝากระโปรงรถ เร่งปลดสลักฝากระโปรง และฉีดพ่นผ่านทางช่องฝากระโปรงที่แง้มไว้ ห้ามเปิดฝากระโปรงในทันที เพราะจะทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น เมื่อไฟเริ่มสงบ จึงค่อยๆ เปิดฝากระโปรง
-ใช้ผ้ารองหรือสวมถุงมือ เนื่องจากฝากระโปรงมีความร้อนสูง หากเปิดได้แล้ว ควรฉีดพ่นให้ทั่วห้องเครื่องจนมั่นใจว่าไฟดับสนิท
-ไฟดับสนิทแล้วควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออก ป้องกันมิให้เปลวไฟปะทุ

ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการหมั่นตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานรวมไปถึงการหมั่น สังเกตความผิดปกติของรถ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเก่าที่ผ่านการปรับแต่งสภาพและใช้อะไหล่ที่ไม่มีคุณภาพหรือต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายโทร 191 ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 และสายด่วนนิรภัย 1784…

…………………………….
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ
โดย “ช่างเอก”
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ [email protected]
……………………..
ขอบคุณข้อมูลจาก
-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com https://www.dailynews.co.th/article/673423

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *