แม่หาบแม่คอน : ประจง เจตนากลาง

เรื่องสั้น

สิ้นเสียงมอเตอร์ไซค์ที่จอดสนิท น้าบูรณ์ของฉัน เดินเข้ามาในกลุ่มที่ฉันนั่งสนทนาอยู่ในกลุ่มญาติพี่น้อง หลังจากเสร็จจากพิธีฌาปนกิจศพของแม่ใหญ่ที่ทุกๆ คนรักและบูชา น้าบูรณ์บอกว่าแม่ใหญ่ไหม้ไม่หมด ที่ไหม้ไปแล้วเฉพาะแขนกับขาเท่านั้น ฉันพร้อมกับน้าอ้วนลูกคนที่ 5 น้าบูรณ์ขับรถไปที่เมรุวัดบ้านฉัน ควันไฟยังลอยกรุ่นอยู่เหนือเมรุเผาศพ น้าอ้วนเปิดฝาเตาดู ศพที่ไหม้ไปทั่วทั้งร่าง ดำทะมึนอยู่ในเตา ในส่วนแขน ขา ได้ไหม้ไปหมดแล้ว เหลือส่วนที่ตัวและหัวที่ยังไม่ค่อยไหม้ซักเท่าไร เสียงสัปเหร่อบอกคงเพราะแม่ใหญ่ผอมมากจนไม่มีไขมัน พอเวลาเผาเลยไม่มีไขมันมาช่วยเผาไหม้ หรืออาจเพราะบรรจุแม่ใหญ่ในหีบแช่เย็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ถึง 5 วัน ก็เป็นได้ เพราะศพจะเย็นทำให้ไหม้ได้ยาก

น้าอ้วน หยิบเหล็กเกลี่ยไฟ ให้ถ่านและท่อนฟืนขยับมาใกล้ร่างแม่ใหญ่ ปากก็พูดว่า แม่อย่าได้เป็นห่วงอะไรเลย ลูกหลานทุกคนสบายดีขอให้แม่ไปดีสู่สุคติเถิด หลังจากน้าอ้วนเขี่ยไฟเสร็จ ฉันก็ขอเขี่ยไฟบ้าง เพราะฉันก็เป็นหลานคนหนึ่งที่แม่ใหญ่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ฉันรู้สึกน้ำตาตกใน อนิจจังสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง สิ่งที่แท้แน่นอน คือความดี ความดีที่แม่ใหญ่ได้เลี้ยงลูกทั้ง 9 คน และหลานอีกหลายคนให้เติบโตเป็นคนดี มีความรู้ มีอาชีพที่ดี ไม่ไปเบียดบังคนอื่น ดูจากความสามัคคีของลูกหลานทุกคนที่ร่วมงานศพแม่ใหญ่ ทุกคนทำงานช่วยเหลือกันอย่างแข็งขัน ฉันไม่เห็นมีใครบ่นว่าเหนื่อยหรือง่วงสักนิด

ย้อนหลังมาเมื่อหลายปีก่อน เมื่อคราวที่แม่ใหญ่อายุราว 72 ปี ตอนนั้นแม่ใหญ่ป่วยหนัก ถึงขั้นจะไปไม่รอด ลูกหลานทุกคนดูแลเอาใจใส่เยียวยารักษาเป็นอย่างดี น้า ๆ เคยให้หมอดูทักทายดวงชะตา หมอดูบอกว่าถ้ารอดช่วงนี้จะอยู่ได้อีกหลายปี จะด้วยยังไม่ถึงฆาตหรืออะไรก็ตามที แม่ใหญ่ก็มีชีวิตรอดอยู่มาจน 81 ปี อยู่มาได้บวชฉันและพี่ชายฉัน เมื่อเดือนเมษา ปี 2537 งานบวชฉันและพี่ชายจัดได้สมฐานะทีเดียว เพราะบวช 2 คน จัดงานเลี้ยงทั้งดนตรี ทั้งโชว์จากเพื่อนของญาติ ทั้งลิเก รวมแล้วกว่าจะเสร็จงานปาเข้าไป 6-7 วันทีเดียว ตอนสำคัญที่สุดในงานบวช คือ ตอนที่นาคจูงมือพ่อแม่เข้าโบสถ์ พี่ชายฉันจูงมือพ่อแม่เข้าโบสถ์ ส่วนฉันจูงมือพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ เข้าโบสถ์ ฉันไม่รู้สึกแตกต่างอะไรเพราะพ่อแม่คือผู้ให้กำเนิด พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ คือผู้ที่เลี้ยงดูฉันมา ฉันรู้สึกพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ดีใจมาก ๆ ทั้งตอนจูงมือเข้าโบสถ์และตอนฉันกราบเพื่อรับสบง จีวร ทั้งพ่อแม่ พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ อิ่มเอมใจกับมหากุศลอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวเรา

หลังจากแม่ใหญ่หายป่วยครั้งใหญ่ แม่ใหญ่ก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเป็นช่วง ๆ ทั้งไข้ ท้องเสีย ผ่าตัดกระจกตา ซึ่งต้องผ่าถึง 2 ตา ซึ่งการผ่ารักษาต้อ ทำให้แม่ใหญ่ สายตาดีขึ้น และแม่ใหญ่ก็แข็งแรงขึ้นมากด้วยจนกระทั่ง ปี 2542 แม่ใหญ่ปากเปื่อยญาติได้ทำแม่ใหญ่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช โดยวิธีฉายรังสี ซึ่งก็ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี จนหมดช่วงรับการบำบัดรังสี จึงนำแม่ใหญ่กลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน วันเดินทางกลับพยาบาลถึงกับเอ่ยปากโอ้โหลูกหลานเยอะจัง รวมๆ คนที่ไปรับแม่ใหญ่ ราว 20 คน ต้องนำรถไปรับถึง 3 คัน ทุก ๆ คนมีความสุขมากเพราะแม่ใหญ่ อาการแข็งแรงดีหน้าตาสดใส พอกลับถึงบ้านยายสวง ยายเทา ยายธูป ญาติพี่น้องหลายคนรอรับอยู่ที่บ้านด้วยความตื่นเต้น

หลายเดือนหลังจากออกจากโรงพยาบาล แม่ใหญ่ก็ยังแข็งแรงดี แต่กินอาหารไม่ได้ดีเหมือนเดิม แม่ใหญ่ยังแข็งแรงดีทั้ง ๆ ที่ปากยังเปื่อยอยู่และขาไม่แข็งแรง เดินเหินไม่ได้ เวลาแม่ใหญ่จะไปตรงไหนแกจะค่อยลุกขึ้นเดินช้า ๆ ได้ทีละ 2-3 ก้าว แล้วก็นั่งและขยับก้น ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน ฉันได้นำต้นอินทนิลน้ำมาปลูกที่บ้านพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ 2 ต้น พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ แข็งแรงขนาดช่วยฉันขุดหลุมปลูกต้นอินทนิล ทั้ง 2 ต้น ฉันคิดในใจ อาการป่วยจากโรคมะเร็งคงจะทุเลาลงไปมาก ฉันเลือกนำต้นอินทนิลน้ำมาปลูกเพราะเป็นไม้พระราชทานจากในหลวง ซึ่งฉันขอจากป่าไม้จังหวัด เป็นไม้มงคล ใบสามารถนำมาต้มแก้โรคความดัน โรคเบาหวานได้ ฉันหวังว่าสักวัน เมื่อต้นโตขึ้น มีคนขอใบไม้ต้มกินรักษาโรค แม่ใหญ่ฉันจะได้กุศลผลบุญจากการปลูกต้นอินทนิลน้ำต้นนี้แน่ ๆ

หลังจากช่วงนี้มา ญาติ ๆ ได้นำแม่ใหญ่มาพบหมอเป็นช่วง ๆ เพื่อตรวจสอบ และรักษาเป็นระยะ ๆ จนท้ายที่สุดเมื่อปลายเดือน ก.ค. 43 แม่ใหญ่กินไม่ได้และมีไข้สูง ญาติ ๆ นำตัวแม่ใหญ่ส่งโรงพยาบาลโนนไทย แต่อาการไม่ดีขึ้น ป้อนนมได้ทีละนิดหน่อย ฉันเห็นคนที่แม่ใหญ่ห่วงมากที่สุดเป็นคนป้อน ในวันแรกที่ฉันมาเยี่ยมหลังจากแม่ใหญ่เข้าโรงพยาบาลได้ 2-3 วัน น้องบอลทำหน้าที่ป้อน ฉันมองดูน้องบอลป้อนนมให้แม่ใหญ่ด้วยความตั้งใจและกลัวแม่ใหญ่จะหิว ฉันนึกในใจว่า น้องบอลโตขึ้นมาแล้ว ความที่เป็นคนดื้อรั้นแต่ก่อนก็หายไปหมด ถึงแม้แม่น้องบอลจะทิ้งน้องบอลไปตั้งแต่น้องบอลยังแบเบาะ เหลือแต่พ่อน้องบอล แต่พ่อน้องบอล พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ก็ได้เลี้ยงดูน้องบอลให้รอดปากเหยี่ยวปากกาจนโตเป็นสาวอายุ 20 ปีในปีนี้ เป็นอย่างดี และน้องบอลก็เป็นหลานคนสุดท้ายที่แม่ใหญ่ใส่หาบใส่คอนพาไปทำนา เหมือนที่ฉันเคยนั่งอยู่ในหาบตะกร้าใบนั้น

วันต่อมาแม่ใหญ่บอกน้องบอลว่าอยากนั่ง แต่กว่าจะเข้าใจ แม่ใหญ่ต้องพูดหลายครั้ง เพราะฟังไม่ออกได้ยินแต่เสียงออแอผ่านลำคอ น้องบอลคงเข้าใจความรู้สึกของแม่ใหญ่ดี เพราะน้าบูรณ์พ่อน้องบอล และน้องบอลเป็นคนดูแลพ่อใหญ่,แม่ใหญ่ที่ใกล้ชิดที่สุด น้องบอลประคองแม่ใหญ่ให้นั่งและน้องบอลนั่งกอดแม่ใหญ่ ให้แม่ใหญ่ได้นั่งอยู่ข้างหลัง ดูแม่ใหญ่มีความสุขมาก เพราะนอนอย่างเดียวมาหลายวันแล้ว ฉันบอกให้แม่ใหญ่ลองกระดิกขาดู แม่ใหญ่กระดิกได้แต่ขาซ้าย ฉันบอกแม่ใหญ่เห็นไหมอาการดีมากแล้ว อีกไม่กี่วันก็แข็งแรงกว่านี้ เดี๋ยวก็กลับบ้านได้ ทั้ง ๆ ที่ในใจฉันประหวั่นพรั่นพรึงเป็นที่สุด ถ้าถึงวันนั้นฉันจะเป็นอย่างไร ฉันนึกหาทางออกอยู่นาน อนิจจังสังขาร สังขารมันเป็นสิ่งไม่เที่ยง ทุกคนต้องไปจากโลกนี้ ไม่ช้าก็เร็ว เมื่อมีชีวิตอยู่ในวันนี้ควรจะทำความดีให้มากที่สุด วันต่อมาฉันไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย ขณะบริจาคฉันก็ได้ตั้งสมาธิแผ่เมตตา บารมีให้แก่แม่ใหญ่ ขอให้อย่าได้เจ็บปวด ถึงแม่ใหญ่จะไปก็ขอให้ไปอย่างมีความสุขอย่าได้เจ็บปวดเลย

พอถึงวันสิ้นเดือน ฉันให้เงินแม่ใหญ่ 200 บาท บอกให้เอาไว้ทำบุญ แม่ใหญ่มองดูและจับเงินฉัน แล้วมองดูฉัน แม่ใหญ่พูดไม่ได้แล้วฉันอ่านใจออก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ให้เงิน สิ่งของ ข้าวปลาอาหาร แม่ใหญ่จะพนมมือขึ้นเหนือหัวให้ศีลให้พรยาวเหยียด ผิดกับเมื่อครั้งฉันไปเที่ยวสถานเริงรมย์ในเมือง เวลาให้ทิปเด็กเสิร์ฟบางคนขอบคุณ บางคนยกมือไหว้ บางคนเฉย ๆ คงนึกในใจให้น้อยชะมัด นึก ๆ ดู ถ้าคิดจะให้ทิปใครจะพิจารณาให้ถี่ถ้วนให้พอเหมาะพอดี ถ้าเงินเหลือมาก ๆ ก็จะได้นำเงินนั้นไปทำบุญให้แม่ใหญ่มาก ๆ จะดีกว่า

ในอีกราวไม่ถึงสัปดาห์ ก็ไม่สามารถป้อนนมให้แม่ใหญ่ได้ เพราะแม่ใหญ่กลืนไม่ลง หายใจไม่เต็มอิ่ม แม่ใหญ่ผอมลงอย่างมาก ญาติ ๆ ทุกคนตัดสินใจให้หมอใส่สายยางเพื่อให้อาหารทางสายยาง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเวลาหย่อนสายยางผ่านคอแม่ใหญ่จะเจ็บมาก แต่จะทำอย่างไรได้ ทุกคนอยากให้แม่ใหญ่หายป่วย ทุกคนเริ่มเตรียมใจไว้ตั้งแต่แม่ใหญ่กลืนไม่ลง ถึงแม้แม่ใหญ่จะจากไปก็ขอให้แม่ใหญ่กินอิ่มนอนหลับ ในช่วงนี้มีการให้มอร์ฟีนเป็นช่วง ๆ เพราะแม่ใหญ่จะรู้สึกเจ็บปวด ช่วงนี้หมอแก้ปัญหา แม่ใหญ่หายใจไม่สะดวกโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ พร้อมทั้งเอกซเรย์ดูปอด ลับหลังแม่ใหญ่ หมอกระซิบบอกให้ทุกคนเตรียมใจไว้ เพราะมะเร็งกินปอดหมดทั้งซีกแล้ว และกำลังกินปอดอีกข้าง

ขณะนี้แขนขาซีกขวาแม่ใหญ่หมดความรู้สึก ขยับไม่ได้ แต่ยังให้น้ำเกลือได้ ช่วงหลัง ๆ มือบวมเพราะไม่รับน้ำเกลือ หมดจึงได้ย้ายมาแทงเข็มน้ำเกลือที่ขาแทน

เมื่อฉันทราบจากหมออย่างนั้น ฉันยิ่งไม่สบายใจกันอย่างมาก ปกติฉันจะเป็นคนร่าเริงตลอดเวลา แต่ ณ เวลานี้ ฉันเหมือนแบกทุกข์ไว้ทั้งโลก ร่มโพธิ์ร่มไทรที่ฉันได้อาศัยกำลังจะล้มหายตายจากไป เมื่อคราวที่ฉันเกิดทุกข์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ฉันจะหาเวลาว่างไปนอนข้าง ๆ แม่ใหญ่ทุกครั้งไป และพอตื่นขึ้นมา ความเศร้าโศกที่มีขึ้นในใจได้หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ต้องไปหาพระหาหมอ นำยาวิเศษที่ไหนกิน อย่างนี้สินะที่เรียกว่า กำลังใจ หรือยาใจ ตามแต่จะคิด

หลังจากทราบจากหมอว่าให้ทำใจ ฉันคิดถึงญาติหลายคน คิดว่ามีใครที่ยังไม่รู้เรื่องหรือไม่ แต่ก็นึกถึงน้องอุ๊ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของน้าโหมด ลูกชายแม่ใหญ่คนที่เจ็ด น้าโหมดคนที่เป็นตำรวจอยู่ สภอ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2526 ด้วยอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถไถนาขณะเดินทางไปทำงาน ฉันพยายามโทรหาน้องอุ๊ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เพราะโทรศัพท์ที่บ้านพัก จ.กาฬสินธุ์ ใช้งานไม่ได้ จะทำได้ก็แต่ขอให้น้องอุ๊โทรมาหาเท่านั้น น้องอีกคนคือน้องไก่ ลูกสาวของน้าป๋องลูกชายคนที่สี่ของแม่ใหญ่ ซึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำเมื่อปี 2525 น้องไก่ ยังมีน้องชายอีกคนยังโสด ชื่อน้องกุ้ง ปัจจุบันทำงานอยู่โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ที่ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา น้องไก่มีครอบครัวแล้ว มีลูกสาว 1 คน ชื่อ อุลตร้า แฟนน้องไก่ชื่อต้น ทำงานเป็นเซลส์ขายน้ำมันของบริษัทเซลล์ ต้นเป็นคนขยัน น่ารัก พูดเก่ง เอาใจเก่ง นิสัยดี รูปร่างเจ้าเนื้อไปนิด คอยช่วยเหลืองานศพแม่ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

จะเป็นด้วยคิดมาก หรือสัมผัสที่ 6 วันต่อมาฉันเลิกงานตอน 8 โมงเช้า ฉันทำงานในเมืองและกลับบ้านในตอนสาย ๆ และเยี่ยมแม่ใหญ่ได้สักพัก แม่ใหญ่ยังคงหลับเหมือนเดิม ฉันอยู่ได้สักพัก ฉันจึงกลับบ้าน กินข้าว กินเสร็จรู้สึกเพลียเพราะตอนกลางคืนทำงานบ้าง นอนบ้าง ฉันก็เลยนอนหลับที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ฉันฝันว่า “ฉัน พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ เข้าไปในเมือง และกินข้าวที่ร้านอาหาร กินเสร็จก็พากันเดินมาที่ด้านหลังอนุสาวรีย์ย่าโม ฉันเดินใกล้ ๆ แม่ใหญ่ เพราะขาแม่ใหญ่มีปัญหาเดินไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ยิ่งช่วงหลังลุกขึ้นยืนแทบไม่ได้ ส่วนพ่อใหญ่เดินอยู่ห่างฉันสัก 2-3 ก้าว เดินกันไปสักครู่พ่อใหญ่เดินเร็วขึ้น และเดินห่างจากฉันไปหน่อย ฉันคิดว่าต้องไปบอกให้หยุดรอบ้างเพราะแม่ใหญ่หยุดเดินแล้ว พอฉันกำลังจะก้าวเดินไปตามพ่อใหญ่ แม่ใหญ่ก็ทรุดตัวลง แต่ฉันก็กอดแม่ใหญ่ไว้ในอ้อมอกได้ ถึงแม้ว่าฉันจะกอดแม่ใหญ่ไว้ได้แต่ก็กอดไว้ได้เพียงร่างกาย เพราะแม่ใหญ่สิ้นลมไปในอ้อมกอดของฉัน ฉันปล่อยโฮขึ้นมาทันที ฉันเสียใจมากที่สุด ความรู้สึกในความฝันมันไม่ได้ต่างจากเมื่อขณะตื่นขึ้นเลย จบสิ้นแล้ว ผู้ใหญ่หนึ่งเดียวในใจฉัน ตั้งแต่เล็กจนจำความได้ฉันก็อยู่ในอ้อมแขนของแม่ใหญ่ แม่ซึ่งให้ความรัก ความเอ็นดู ความห่วงใย ความเมตตากรุณา สิ่งที่เราเรียกว่าความดีทั้งหลายทั้งปวง แม่ใหญ่เลี้ยงดูฉันอย่างดีในยามที่พ่อและแม่ต้องไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงเราทั้งครอบครัว ซึ่งครอบครัวเราเป็นครอบครัวแบบไทยแท้ดั้งเดิม มีลูกหลานหลาย ๆ คนอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่ก็ไม่ใกล้ชิดมาก ๆ เท่าแม่ใหญ่เพราะพ่อใหญ่ต้องทำนา หลังเสร็จหน้านาแล้วก็ยังต้องเลี้ยงควาย ด้วยความยากจนของครอบครัวเรา ความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากของคนในครอบครัว มันทำให้ฉันแข็งแกร่งมากกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันยังจำได้ดีในความยากจนวัยเด็ก แม่ฉันทำงานโรงทอกระสอบ เพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว ถึงแม้ว่าเราจะทำนา แต่ข้าวก็ไม่พอกินทุกอาทิตย์ แม่ต้องไปเซ็นข้าวสารร้านเจ๊กมาเลี้ยงดูคนในครอบครัวเรา รายได้จากโรงงานก็ไม่มากนัก ถึงกระนั้นก็ตาม แม่ก็ไม่ย่อท้อ แม่ห่อข้าวต้ม ทำขนม ตัดเย็บกระเป๋าไปขายให้เพื่อนในโรงงานเสมอ ๆ

ด้วยความขยันของแม่ฉัน เป็นตัวอย่างอันดีให้แก่ฉัน เมื่อเจริญวัยขึ้น ฉันเลือกที่จะทำงานและเรียนไปด้วยจนฉันได้ปริญญามา 2 ใบ แต่กระนั้นก็ตาม ฉันคงทำไม่ได้เช่น พ่อ แม่ พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ฉันทำอยู่ แม้ว่าพ่อแม่ จะได้เรียนแค่ ป.4 แต่ฉันสังเกตดูทักษะการทำงานของพ่อและแม่ฉัน ฝีมือเป็นหนึ่งทีเดียว ยากที่ฉันจะทำได้เท่าเทียม

ความทรงจำในความรักที่แม่ใหญ่มีต่อฉัน เมื่อครั้งที่ฉันอยู่บ้านกับแม่ใหญ่ 2 คน ในตอนกลางวัน เราไม่มีอะไรกินข้าวและจะมีอยู่แต่เพียง ข้าวสวยก้นหม้ออยู่หน่อยหนึ่ง แม่ใหญ่ได้นำข้าวก้นหม้อมาต้มเป็นข้าวต้ม เพื่อจะเป็นการเพิ่มปริมาณข้าว ถึงกระนั้นก็ตามด้วยความเป็นเด็กฉันก็อยากกินกับข้าวด้วย แม่ใหญ่ก็เข้าใจความหิวของเด็ก ถึงตอนนี้ฉันจำได้ไม่ค่อยชัดเจนนักว่า แม่ใหญ่หาเนื้อจากไหนมาย่างไฟให้ฉัน ฉันรู้สึกว่าเนื้อมันเหนียวเพราะฟันฉันยังเป็นฟันน้ำนมอยู่ แล้วกลิ่นของเนื้อก็ไม่ค่อยจะหอมด้วย

ในความฝันฉันร้องไห้อยู่นาน จนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา น้ำตาก็ยังคงไหลอยู่ คิดว่า แม่ใหญ่ป่วยคราวนี้คงถึงเวลาที่แม่ใหญ่จะไปตามที่ ๆ เคยมา บุญกุศลที่แม่ใหญ่เคยทำไว้ในชาตินี้จะนำพาแม่ใหญ่ไปสู่สรวงสวรรค์อย่างแน่นอน

สัมผัสที่ 6 ที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นจริง ก็ในช่วงที่แม่ใหญ่ใกล้จะจากไป ในช่วงนั้นแม่ใหญ่จะหลับอยู่ตลอดเวลา ญาติพี่น้องทั้งหมดได้ปรึกษากับหมอแล้วว่า คงไม่ได้แม่ใหญ่กลับมาแล้ว ทุกคนตกลงกันว่าถ้าแม่ใหญ่หยุดหายใจ ก็จะไม่มีการปั้มหัวใจขึ้นมา ด้วยความต้องการของเราที่อยากให้แม่ใหญ่จากไปด้วยความสงบ สัมผัสที่ 6 ที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ก็เมื่อน้ารวยซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ได้บอกแม่ใหญ่ว่าถ้าจะไป ก็ขอให้ไปวันแม่วันที่ 12 สิงหาคม เพราะปกติทุกปีลูกหลานจะนำดอกมะลิ เงิน อาหาร ของใช้ต่าง ๆ มามอบให้แม่ใหญ่ ครั้นถึงวันแม่ฉันออกเวรช่วง 8 โมงเช้า ทำธุระเสร็จเดินทางมาถึงโรงพยาบาลโนนไทย ราวเกือบ 11 โมงเช้า แม่ใหญ่ยังคงนอนนิ่งอย่างสงบ ฉันจับมือจับหน้าผากแล้วถามญาติ ๆ ที่มาเฝ้าดูอาการว่าเป็นอย่างไร ญาติ ๆ ก็บอกว่าเหมือนเดิม ตัวก็อุ่น ๆ เครื่องช่วยหายใจยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ ฉันก็ไม่คิดว่าจะจากไปในวันนี้ก็เลยขอตัวญาติ ๆ กลับบ้าน เพราะตั้งใจจะไปปลูกต้นไม้ที่สวน แต่พอมาถึงบ้านก็เปลี่ยนใจเพราะทำงานเมื่อคืน ฉันนอนที่ม้าหินอ่อนตัวเดิม ฉันนอนไม่หลับเลยรู้สึกกระวนกระวาย นอนเล่นประมาณ 1 ช.ม. จึงตัดสินใจไม่ไปสวนและจะกลับมาเฝ้าแม่ใหญ่ที่โรงพยาบาล พอฉันลุกมาล้างหน้า แล้วเดินมาหน้าบ้าน ขณะนั้นเวลาประมาณบ่าย 2 โมงกว่า พี่ชายฉันขี่รถมาอย่างรวดเร็ว และบอกว่าแม่ใหญ่ไปแล้ว ฉันตกในภวังค์ พักหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้ามาโรงพยาบาลกับพี่ชาย

วันนี้ไม่เหมือนกับวันอื่น ๆ ที่ฉันมาโรงพยาบาล ดูบรรยากาศเงียบเหงา หรืออาจเพราะฉันหูอื้อก็เป็นได้ ฉันไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมเลย ทุกย่างก้าวเดินฉันนึกถึงแต่อดีตในวัยเด็ก ร่มโพธิ์ ร่มไทร ที่ยิ่งใหญ่ของฉันได้จากฉันไปแล้ว

ฉันเดินเข้าไปจับเท้าจับมือ จับหน้าผากแม่ใหญ่ ตัวแกยังอุ่น ๆ อยู่เลย แกยังดูปกติเหมือนเดิมทุกอย่างขาดแต่เครื่องช่วยหายใจที่หมอ ถอดออก ข้าง ๆ แม่ใหญ่มีแม่ฉันนั่งน้ำตาไหลอยู่ข้าง ๆ เป็นใครก็เถอะนะ บุพการีจากไปทุกคนต้องเสียใจมากที่สุดทีเดียว

หลังจากจัดการธุระกับโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เราได้นำศพแม่ใหญ่กลับบ้าน โดยรถโรงพยาบาลมาส่งที่บ้านของแม่ใหญ่เอง ญาติ พี่น้องและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวต่างได้เตรียมสถานที่ไว้แล้วเสร็จก่อนที่ศพแม่ใหญ่จะมาถึง

ฉันเป็นคนจุดธูปเพื่ออัญเชิญวิญญาณแม่ใหญ่ โดยที่แม่เป็นคนถือกระถางธูป ลุงฉันถือกระถางเทียน และนั่งมากับรถโรงพยาบาล ส่วนฉันขับรถปิกอัพนำหน้ารถโรงพยาบาล ถึงตอนนี้ฉันยังนึกภูมิใจที่ได้มีส่วนดูแลแม่ใหญ่ ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่จนถึงนำแม่ใหญ่กลับสู่บ้านที่แม่ใหญ่อยู่ตั้งแต่เล็กจนตาย

เมื่อนำศพแม่ใหญ่มาถึงบ้าน ญาติ พี่น้อง เพื่อนบ้าน ต่างช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อเตรียมทำพิธีรดน้ำศพ ครั้นเมื่อถึงเวลาพวกเราต่างก็เริ่มพิธีรดน้ำศพ พ่อใหญ่เป็นคนรดเป็นคนแรก ตามมาด้วยลูกหลาน พี่น้องเพื่อนบ้าน ทยอยกันมารดน้ำจนเสร็จ ที่มือแม่ใหญ่ข้างที่รดน้ำ จะมีพวงมาลัยสวมข้อมืออยู่ซึ่งเป็นพวงมาลัยที่ลูก ๆ ได้นำมาให้แม่ใหญ่ในวันแม่ก่อนแม่ใหญ่จะสิ้นใจไปไม่กี่ชั่วโมง

หลังจากรดน้ำศพ ลูกหลานต่างก็ช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่ใหญ่ น้องบอลทำหน้าที่หลานคนสุดท้าย ที่เลี้ยงดูมาอย่างดีที่สุด ขณะแต่งตัวให้แม่ใหญ่ ฉันรู้สึกแสบตา แสบจมูกมากเพราะทางโรงพยาบาลฉีดฟอร์มาลินใส่ศพแม่ใหญ่ ส่วนคนอื่นก็รู้แสบแต่แสบไม่มาก ที่ฉันแสบมากเพราะฉันเป็นคนประคองแม่ใหญ่ ให้ญาติแต่งตัว ทาแป้ง ฉันไม่รู้สึกรังเกียจเลย อาจเป็นเพราะความรักที่ฉันมีต่อแม่ใหญ่มากมายเกินกว่าจะรู้สึกถึงสังขารที่เป็นสิ่งไม่เที่ยง ต่างกับงานศพคนอื่น ๆ ที่ฉันมักไม่ค่อยเข้าใกล้ศพ น้องบอลทาแป้งที่หน้า คอ แต่งตัว หวีผมให้อย่างดีที่สุด หลังจากหวีผมเสร็จ ฉันให้น้องบอลหักหวี เพราะแม่ใหญ่ไม่ได้หวีอีกแล้ว หลังจากเสร็จแต่งตัวเสร็จ สัปปะเหร่อก็ทำพิธีมัดตราสังข์ นำดอกไม้ธูปเทียนใส่มือ นำเหรียญบาทใส่ปาก ญาติมิตรหลายคนนำแบงค์ร้อย แบงค์ยี่สิบ เหรียญบาทใส่มือแม่ใหญ่ จากนั้นนำหีบไม้บรรจุในหีบแช่เย็น เพื่อไม่ให้ศพเน่าเปื่อยก่อนนำไปฌาปนกิจที่วัดโนนไทย

ในวันสวดศพคืนแรก ญาติพี่น้อง เพื่อบ้านต่างมาร่วมพิธีสวดอภิธรรมที่บ้านมากหน้าหลายตา และสวดคืนต่อมาก็ยังมีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากเช่นทุก ๆ คืนที่ผ่านมา รวมทั้งแขกพิเศษ คือผู้สมัคร ส.ส.ในเขตอำเภอโนนไทย ซึ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้ามาทุกที

แต่ละคืนในวันสวดศพ หลังจากแขกเหรื่อกลับกันหมดแล้ว มีฉันกับพ่อใหญ่ที่นอนเฝ้าหน้าศพทุกคืน และมีญาติ ๆ บางคนมานอนเป็นเพื่อน แต่ไม่ทุกคืนเหมือนกับฉันกับพ่อใหญ่ พ่อใหญ่ดูจะรักแม่ใหญ่มากกว่าทุกคน เพราะปกติจะนอนในห้องที่ติดห้องครัวแต่งานศพนี้ พ่อใหญ่นอนใกล้หีบศพแม่ใหญ่ทุกคืน ความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อใหญ่ที่มีต่อแม่ใหญ่ ฉันจะจดจำไปตราบนานเท่านาน ในอนาคตฉันคงจะหาภาพนี้ไม่ได้อีกแล้วสินะ

ในวันที่ฌาปนกิจ เราเลี้ยงพระตอนเช้าเสร็จแล้วก็ได้เตรียมเคลื่อนศพไปตั้งที่วัดโนนไทย เพื่อทำพิธีต่อ ฉันรู้สึกได้ว่าวิญญาณแม่ใหญ่ได้เดินทางร่วมขบวนไปกับพวกเราด้วย ฉันรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก ฉันจับหีบศพ ซึ่งตั้งอยู่บนรถปิกอัพของ สภอ.โนนไทย ฉันรู้สึกได้ถึงแม่ใหญ่ แม่ที่ได้มีบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ ในยามที่จากโลกนี้ไปตั้งแต่วันที่จากไปจนถึงวันฌาปนกิจ ญาติ พี่น้อง เพื่อนบ้านต่างมาร่วมกันช่วยงานกันอย่างมากมาย ฉันนึกถึงตอนที่ฉันตัดเล็บมือเล็บเท้าให้แม่ใหญ่ตอนนอนโรงพยาบาล แม่ใหญ่ยกมือขึ้นดู แต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะพูดไม่ได้แล้ว คล้ายกับว่าแม่ใหญ่ภูมิใจในวาระสุดท้ายของตนเอง การดูแลอย่างดีจากลูกหลาน แม่ใหญ่รู้ได้จากความรู้สึกสุดท้ายที่แม่ใหญ่มีอยู่ ฉันพิถีพิถันในการตัดเล็บมาก ตัด ขับตะไบ เช็ดล้างเล็บด้วยแอลกอฮอล์ แววตาสุดท้ายที่แม่ใหญ่มองดูเล็บของตนเองอย่างชื่นชม ฉันซึ่งเป็นหนึ่งในหลานที่แม่หาบแม่คอนไปสู่ท้องทุ่งนาของบ้านสันเทียะแห่งนี้ หาบคอนที่แกว่งไกวจากความรู้สึกสนุกสนานของฉัน มันคือหาบคอนอันหนักอึ้งในความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่แม่ใหญ่มีให้ฉัน ฉันคิดถึงแม่ใหญ่เหลือเกิน นับจากวันที่ผ่านไปฉันคิดถึงแม่ใหญ่ทุกวัน อันความดีอันใดหนาจะเท่าความรักที่แม่ใหญ่มีต่อฉัน แม่พระผู้ยิ่งใหญ่ในใจของเรา… ลูกหลานทุกคน

เมื่อเคลื่อนศพถึงศาลาการเปรียญวัดโนนไทยแล้ว ก็มีการเทศน์ 1 กัณฑ์ โดยหลวงพ่อจอยหรือพระครูอนุวัตร ชินวงศ์ ในเนื้อหาของเทศน์กัณฑ์นี้ ได้บรรยายถึง คุณงามความดีที่แม่ใหญ่ได้ปฏิบัติตนเป็นพุทธมามกะที่ดี ผู้ถือศีลในช่วงเข้าพรรษาในช่วงหลาย ๆ ปีผ่านมา แม้ในปีสุดท้ายของช่วงชีวิตแม่ใหญ่ก็ยังไปเข้าศีลในวันเข้าพรรษา และในเนื้อหาของเทศน์กัณฑ์นี้ยังได้กล่าวถึงอายุขัย ความถึงที่สุดในชีวิต การสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติของชีวิต คุณงามความดีที่แม่ใหญ่ที่สร้างมาจะนำพาแม่ใหญ่ไปสู่สวรรค์ในสัมปรายภาพ

หลังจากเทศน์เสร็จ ก็เลี้ยงพระเพล เสร็จแล้วถึงพิธีทอดผ้าบังสุกุล ซึ่งเราแบ่งทอดผ้าเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกทอดโดยญาติพี่น้อง และเพื่อนแม่ใหญ่ ช่วงที่สองทอดโดยแขกผู้มีเกียรติของญาติพี่น้อง

เมื่อเริ่มทอดผ้าบังสุกุลในช่วงแรก ญาติพี่น้องต่างร่วมกันทอดผ้าหลายคน ฉันสังเกตถึงช่วงหนึ่งถึงแม่ใหญ่โม ซึ่งเป็นเพื่อนของแม่ใหญ่ฉัน ฉันรู้สึกศรัทธาแม่ใหญ่โมมาก แม่ใหญ่โมคงเป็นเพื่อนที่สนิทกับแม่ใหญ่ฉันมากทีเดียว ในคืนก่อนเคลื่อนศพมาวัด แม่ใหญ่โมยังมานอนเฝ้าศพแม่ใหญ่ด้วย ฉันซึ่งไม่รู้จักแม่ใหญ่โมฉันยังซาบซึ้งใจจนแทบน้ำตาไหล

เมื่อทอดฟ้าบังสุกุลบนศาลาการเปรียญเสร็จเราได้เลื่อนศพมาที่เมรุมาศ เพื่อทำพิธีทอดผ้าบังสุกุลโดยแขกผู้มีเกียรติอีกหลายท่านที่เป็นผู้บังคับบัญชาของลูกหลาน และคนที่ลูกหลานนับถือเมื่อทอดผ้าบังสุกุลเสร็จ ได้มีพิธีรับมอบเงินช่วยเหลือต่าง ๆ คือ เงินจากบริษัทประกันชีวิต เงินฌาปนกิจหมู่บ้าน เงินช่วยเหลือจากตำรวจ (น้าเป็นตำรวจ) จากนั้นได้มีพิธีบริจาคเงินโดยพ่อใหญ่เป็นผู้บริจาคให้ โรงพยาบาลโนนไทย โรงเรียนวัดสระจรเข้ โรงเรียนโนนไทย รวมทั้งวัดโนนไทยด้วย เสร็จจากพิธีบริจาคเงิน ก็ถึงพิธีสุดท้าย โฆษณาได้เชิญชวนแขกมาหน้าหลายตาที่มาร่วมงานได้ยืนขึ้นไว้อาลัย พร้อมทั้งกล่าวคำสดุดีความดีที่แม่ใหญ่ได้สร้างสมไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิต

ถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่ร่างอันไร้วิญญาณของแม่ใหญ่ กำลังจะกลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง อันสังขารไม่เที่ยงแท้แน่นอน ก็จะกลายเป็นเถ้าธุลี คงเหลือแต่เพียงความดีที่แม่ใหญ่ได้สร้างสมมาตลอดชีวิตของแม่ใหญ่ หลังจากพระได้เริ่มนำดอกไม้จันทร์วางบนพานหน้าศพ ญาติพี่น้องเพื่อนบ้าน ต่างทยอยนำดอกไม้จันทร์มาใส่เรื่อย ๆ ตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้าย เมื่อถึงเวลานี้เราได้นำหีบศพแม่ใหญ่ออกจากหีบแช่เย็น สัปปะเหร่อทุบมะพร้าวล้างหน้าแม่ใหญ่ และทิ้งมะพร้าวไปทางด้านหลัง น้องบอลและญาติหลายคนเริ่มน้ำตาไหล ฉันถึงกับน้ำตาตกใน เวลาสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้าแม่ใหญ่ ใบหน้าที่ราบเรียบปราศจากทุกข์ แม่ใหญ่ยังดูเหมือนคนนอนหลับ เมื่อพบต้องมีพราก ฉันและญาติต่างเตรียมใจไว้ทุกคน แต่ถึงเวลานี้ไม่มีใครทำใจได้สักคน หลายคนที่ร้องไห้ หลายคนหยุดชะงัก พูดไม่ออก

หีบศพค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เตาเผา ซึ่งพ่อใหญ่เป็นคนจุดไฟ พระเพลิงเริ่มลุกไหม้ท่วมในเตา เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเชิญดวงวิญญาณแม่ใหญ่ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ จะเหลือแต่เถ้าถ่านที่เราจะมากลบธาตุในตอนเช้า

เสียงรื้อเต็นท์หน้าเมรุมาศ ดังขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อน ๆ พี่น้อง ชาวบ้านต่างพากันช่วยเก็บเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี นำคืนส่งวัด ส่วนหนึ่งนำกลับไปทำพิธีสวดมนต์เย็นต่อที่บ้านในช่วงพลบค่ำ พระมาสวดมนต์เย็นที่บ้าน เมื่อสวดเสร็จเราต่างช่วยกันเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ ปัดกวาดเช็ดถู เพื่อเตรียมทำพิธีกลบธาตุ และรดน้ำบ้านในตอนรุ่งเช้า

ถึงรุ่งเช้า เราได้เตรียม ด้ายแดง ข้าวสาร หัวปลา หางปลา นำไปทำพิธีกลบธาตุ แล้วนำอัฐิธาตุใส่บนพานใบขนาดกลางเห็นจะได้

ในราว 06.40 น. ฉันขับรถปิกอัพไปรอรับพระที่วัดเพื่อมาสวดมนต์เช้า และทำพิธีรดน้ำ ถึงเวลา 7 โมงเช้า หลวงพ่อจอยและพระลูกวัดต่างพากันขึ้นรถ โดยฉันขับรถนำพระมาที่บ้านแม่ใหญ่ ในระหว่างทาง ฉันถามหลวงพ่อจอยว่า ทำไมเวลากลบธาตุต้องใช้ด้ายแดง ข้าวสาร หัวปลา หางปลา หลวงพ่อจอยตอบว่า คนที่ตายไปแล้วอยู่คนละโลกกับพวกเรา การอยู่การกินก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นข้าวของที่ใช้ในพิธีย่อมแตกต่างกัน และการทำบุญงานศพครั้งนี้ ดวงวิญญาณแม่ใหญ่จะยังไม่ได้รับ จะได้รับต่อเมื่อถึงเวลา ซึ่งเวลานั้นไม่รู้ ฉันเคยศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย ดวงวิญญาณเมื่อตายใหม่ ๆ จะไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเป็นอาคารรูปโดมขนาดใหญ่ จะอยู่เพื่อรอเวลาไปสู่สวรรค์หรือไปเกิดใหม่ สุดแท้แต่กรรมของแต่ละคนจะนำไป ฉันกะจะถามหลวงพ่อจอยว่า ตอนนี้ดวงวิญญาณแม่ใหญ่อยู่ที่ไหน ก็พอดีฉันขับรถมาถึงบ้านแม่ใหญ่

ภายหลังจากงานศพผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ ฉันถามพ่อใหญ่ว่าดวงวิญญาณของแม่ใหญ่อยู่ที่ไหน พ่อใหญ่บอกว่า แม่ใหญ่คงจะแบ่งภาคไปเกิดเป็นนกเป็นแมลงเพื่อชดใช้กรรม อีกส่วนหนึ่งคงจะไปอยู่บนสวรรค์แล้ว สังเกตดูเวลาพ่อใหญ่พูดถึงแม่ใหญ่ แววตาพ่อใหญ่ดูเศร้าจัง ในช่วงงานศพน้องบอลเล่าให้ฉันฟังว่า พ่อใหญ่รักแม่ใหญ่มาก เป็นห่วงตลอดเวลาตั้งแต่พ่อใหญ่แต่งงานกับแม่ใหญ่มาก็เป็นเวลาหลายสิบปีทีเดียว ตอนแม่ใหญ่เสียอายุ 81 ปี พ่อใหญ่อายุ 83 ปี พ่อใหญ่ใช้ชีวิตร่วมกับแม่ใหญ่ในราว 60 กว่าปี ฟังดูเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว พ่อใหญ่เป็นคนไม่ค่อยพูด ต่างกับแม่ใหญ่เวลาแม่ใหญ่บ่นพ่อใหญ่จะเฉย หรือไม่คงจะเดินหนีเพื่อตัดรำคาญ ใช่หรือไม่ก็สุดคาดเดาได้ แต่เวลานี้ ไม่มีเพื่อนคุยกับพ่อใหญ่เพราะปกติ พ่อใหญ่จะอยู่กับแม่ใหญ่สองคน นับแต่นี้เหลือพ่อใหญ่อยู่เพียงคนเดียวที่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ลูกหลานได้ดูแลแทนแม่ใหญ่เพียงคนเดียว

หลังจากถวายภัตตาหารเช้าแก่พระที่มาสวดมนต์เช้า รดน้ำบ้านเสร็จ ถึงเวลาพระกลับ ฉันได้ไปส่งพระ และมาเก็บข้าวของส่งคืนวัดต่อไป ตกเย็นน้าบูรณ์ชวนฉันนำเถ้าอังคารของแม่ใหญ่ไปลอยที่อ่างเก็บน้ำลำเชิงไกร อ่างเก็บน้ำนี้เป็นอ่างน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงคนในอำเภอโนนไทยทั้งอำเภอ ฉัน น้าบูรณ์และน้องๆ หลายๆคน ได้นำเถ้าอังคารมาลอยที่อ่างลำเชิงไกร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน ส่วนอัฐิธาตุได้นำมาเก็บไว้บนหิ้งบูชาที่มีรูปแม่ใหญ่แขวนไว้ ที่ชั้นล่างกลางบ้านของแม่ใหญ่เพื่อจะได้ทำบุญในโอกาสครบ 50 วัน และ 100 วัน ต่อไป

แม่หาบแม่คอน เสียงเห่กล่อมที่ฉันยังรำลึกถึงเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ดังขึ้นในโสตประสาททุกครั้งที่ฉันรำลึกนึกถึงแม่ใหญ่ แม่พระในดวงใจ ของลูกหลานทุก ๆ คน

“เอ่ เอ ไอ้นาย(อีนาง)นอนเปล อี๊ เอ เอ่ เอ้”
อื่อ อือ นอนเถอะนะลูกนอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *